วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2550

คิดเล่นๆ

เคยคิดมั๊ยว่า ชีวิตมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ เกิดมาทั้งทีเหมือนมีใคร
คอยกลั่นแกล้ง สอดแทรกเอาปัญหามาให้อยู่ตลอดเวลา เกิดมาก็มี
ติดตัวมาทันที เหมือนเป็นของแถม หลายคนก็มีตั้งแต่ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ
เหมือนมีตัวอะไรสักตัวนึงกลัวว่าจะเกิดสันติสุขกับชาวโลก
เขาจึงคอยจัดปัญหามาให้ มาเรื่องเล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ไม่ขาดส่ง
เศรษฐกิจ ปากท้อง ปัญหาจากรัก จากโลภ จากโกรธ จากหลง เกิด แก่
เจ็บ ตาย สลับกันมาให้บริการ บางจังหวะไปตรงกับช่วงโปรโมชั่น
มากันพร้อมหน้าทั้งโขยงทำเอาชีวิตเราเกือบอับปาง ต้องยอมรับว่า
เขาไม่ธรรมดา มนุษย์ทั้งหลายบนโลกนี้ไม่ว่าผิวพรรณ เชื้อชาติภาษา
ต่างกันแค่ไหน กลับต้องมาว่ายวนชนกันอยู่ในอ่างแห่งปัญหานี้อย่าง
มึนเมา โดยเรานี่แหล่ะตัวดีรักใครก็ยึดก็ติด อยากให้เขาเป็นของเราคน
เดียวเขาไปมีคนใหม่ก็ทุกข์ใจ เจียนตาย ส่วนอีกหลายๆคน พอมีรักดีๆ
ก็ไม่รู้จักรักษาไว้ เห็นเป็นรักเก่าอยากมีรักใหม่ วิ่งไขว่คว้าหาสิ่งที่คิดว่า
สดชื่นกว่าอยู่ร่ำไป สุดท้ายของเก่าก็รักษาไว้ไม่ได้ ของใหม่ก็เป็นเพียง
ภาพลวงตาเหมือนหมามองชิ้นเนื้อในน้ำ มีชื่อเสียงแต่ไม่พอใจ
อยากประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไป ไขว่คว้าหาการยอมรับไม่สิ้นสุด
โลภอยากได้ อยากมีของที่ไม่เคยได้ ไม่เคยมีใช้จ่ายเงินไปกับขยะต่างๆ
ที่ทันสมัยแต่ไม่เหมาะกับตัวเองและทุกวันนี้มันก็กองเป็นอนุสรณ์แห่ง
ความโง่อยู่ในห้องเก็บของ ปัญหามี ปัญญามี แต่พอปัญหามา
ปัญญาก็อพยพหนีเราไปซะเฉย ๆ ทิ้งไว้แต่ปัญหาล้วนๆ
( ทุกวันนี้เพิ่งจะเข้าใจว่าการมีความรู้มากๆ
ไม่ได้หมายความว่าจะมี ปัญญามาก ) มีพระหลายรูปมีความรู้น้อย
แต่กลับมีปัญญาสว่างไสว เข้าใจความเป็น ไป อยู่ ของโลก
แอบคิดไปนิดนึงว่าไอ้ที่พวกเรามุเรียนกันอยู่ เป็นการหาความรู้หรือไม่รู้
น่าแปลกใจที่ปัญหาของคนเราคล้ายๆกัน ถ้าเป็นหนังก็พล็อตเดิมๆ แค่
เปลี่ยนตัวแสดง เครื่องแต่งกาย สถานที่แค่นั้น ปัญหาที่เหมือนกัน
เอาแค่เรื่องคนรักจากไปก็พอ ที่ก็เป็นพล็อตที่ทุกคนต้องเจอเหมือน
โรคอีสุกอีใส จะช้าหรือเร็วก็ต้องผุดขึ้นมาให้เจ็บช้ำ
คงต้องเป็นแบบนี้ตราบใดที่โลกยังได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์
ความทุกข์เหมือนแสงแดดที่แผดเผา และเราก็ไม่สามารถอยู่ในร่มเงา
ได้ตลอดเวลา

ไม่มีความคิดเห็น: